...ในกาลนั้นเป็นมหามงคลมหุติฤกษ์ พระบรมโพธิสัตว์เจ้า ประสูติจากมาตุคัพโภทรท้าวสุทธาวาส มหาพรหมทั้ง ๔ พระองค์
ทรงถือข่ายทองรับพระกายไว้ ขณะนั้นท่ออุทกธาราทั้งสองก็ไหลหลั่งลงมาจากอากาศ ท่อธารหนึ่งเป็นน้ำร้อน ท่อธารหนึ่งเป็นน้ำ
เย็น ตกลงมาโสรจสรงพระกาย พระกุมาร กับ พระราชมารดา
...พระกุมารเจ้า บ่ายพระพักตร์ไปทางอุตรทิศ เสด็จย่างพระบาทไปบนพื้นแผ่นทองอันท้าวจตุโลกบาท ถือรองรับไว้ได้ ๗
ก้าว แล้วทรงหยุดประทับยืนบนทิพยปทุมบุปฝาชาติ อันมีกลีบได้ ๑๐๐ กลีบ
...ภายหลังเจ้าชายราชกุมารผู้พระราชโอรสประสูติได้ ๕ วันแล้ว พระเจ้าสุทโธทนะ พระราชบิดาได้โปรดให้มีการทำพิธี
มงคล แก่พระราชกุมาร ๒ อย่าง คือ ขนานพระนาม และพยากรณ์พระลักษณะ ผู้ทำพิธีมงคลในการนี้ คือ พราหมณ์ มีทั้งหมด
๑๐๘ แต่พราหมณ์ผู้ทำหน้าที่นี้จริง ๆ มีเพียง ๘ นอกนั้นมาในฐานะคล้ายพระอันดับ พราหมณ์ทั้ง ๘ มีรายนามดังนี้
|
๑. รามพราหมณ์ |
|
๒. ลักษณพราหมณ์ |
|
๓. ยัญญพราหมณ์
|
|
๔. ธุชพราหมณ์ |
|
๕. โภชพราหมณ์
|
|
๖. สุทัตตพราหมณ์ |
|
๗. สุยามพราหมณ์
|
|
๘. โกณทัญญพราหมณ์
|
...ที่ประชุมลงมติขนานพระนามพระราชกุมารว่า "เจ้าชายสิทธัตถะ" ซึ่งเป็นมงคลนาม มีความหมายสองนัย นัยหนึ่ง หมาย
ความว่า ผู้ทรงปรารถนาสิ่งใดจะสำเร็จสิ่งนั้นดังพระประสงค์
...ซึ่งต่อมาพระองค์ได้ออกบวช จนบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ (ญาณอันประเสริฐสูงสุด) สำเร็จเป็นพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า จึงถือว่าวันนี้เป็นวันประสูติของพระพุทธเจ้า |